รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบระดับ 155.42 เกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มขยับตัวขึ้นจากเส้นศูนย์ ซึ่งยืนยันจุดเข้าเทรดฝั่งซื้อดอลลาร์ได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้คู่เงินปรับตัวขึ้นมาได้ 25 จุด
ช่วงครึ่งหลังของวันมีแนวโน้มว่าจะเต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญสำหรับผู้เล่นในตลาดการเงิน การประกาศตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาสที่ 4 ปี 2025 เป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา นักลงทุนจะวิเคราะห์ตัวเลขอย่างละเอียดทุกจุดเพื่อประเมินความยั่งยืนของการเติบโตทางเศรษฐกิจและแนวโน้มในอนาคต หากข้อมูลออกมาดีกว่าคาดการณ์ ก็อาจกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อดอลลาร์และแรงขายเงินเยนญี่ปุ่นรอบใหม่
ความตึงเครียดเพิ่มเติมจะมาจากดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจ PMI ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ ซึ่งสะท้อนผ่านดัชนี PMI ของแต่ละภาค จะบ่งชี้สถานะปัจจุบันของกิจกรรมทางธุรกิจ โดยคาดว่าข้อมูลจากภาคการผลิตยังคงเผชิญแรงกดดันอยู่ ขณะที่ภาคบริการน่าจะยังคงแสดงสัญญาณการเติบโต ดัชนี Composite PMI ซึ่งเป็นการรวมตัวชี้วัดจากทั้งสองภาค จะทำหน้าที่เป็นมาตรวัดภาพรวมของกิจกรรมทางธุรกิจทั้งหมด
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้น้ำหนักกับการใช้แผนการเทรดตาม Scenario ที่ 1 และ Scenario ที่ 2 มากเป็นพิเศษ

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY เมื่อราคาปรับขึ้นมาถึงจุดเข้าซื้อบริเวณ 155.55 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 156.15 (เส้นสีเขียวหนาบนกราฟ) บริเวณ 156.15 ฉันจะปิดสถานะซื้อทั้งหมด และเปิดสถานะขายในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามประมาณ 30–35 จุดจากระดับนั้น) การปรับตัวขึ้นของคู่สกุลเงินในวันนี้สามารถคาดหวังได้หลังจากตัวเลข GDP ที่แข็งแกร่ง สำคัญ! ก่อนเข้าซื้อ ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มตัดขึ้นจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากเกิดการทดสอบระดับ 155.30 สองครั้งติดต่อกันในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่สกุลเงิน และนำไปสู่การกลับตัวขึ้นของตลาด สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังโซนระดับตรงข้ามที่ 155.55 และ 156.15 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY หลังจากที่ราคาทะลุลงต่ำกว่าระดับ 155.30 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งจะนำไปสู่การร่วงลงอย่างรวดเร็วของคู่สกุลเงิน เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ระดับ 154.58 ซึ่งฉันจะปิดสถานะขายทั้งหมด และเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงข้ามทันที (คาดหวังการเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามประมาณ 20–25 จุดจากระดับนั้น) แรงกดดันต่อคู่สกุลเงินมีแนวโน้มจะกลับมาในกรณีที่มีรายงานเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอ สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะขาย ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มตัดลงจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากเกิดการทดสอบระดับ 155.55 สองครั้งติดต่อกันในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นของคู่สกุลเงิน และนำไปสู่การกลับตัวลงของตลาด สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังโซนระดับตรงข้ามที่ 155.30 และ 154.58 ได้

สิ่งที่ปรากฏบนกราฟ:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาที่ใช้เปิดสถานะซื้อ (entry price) ของตราสารที่ทำการเทรด;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ราคาประเมินที่คุณสามารถตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นต่อเหนือระดับนี้มีไม่มาก;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาที่ใช้เปิดสถานะขาย (entry price) ของตราสารที่ทำการเทรด;
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ราคาประเมินที่คุณสามารถตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับลดลงต่อใต้ระดับนี้มีไม่มาก;
- อินดิเคเตอร์ MACD – ตอนเข้าตลาดควรพิจารณา “เขตซื้อมากเกินไป” (overbought) และ “เขตขายมากเกินไป” (oversold) ด้วยเสมอ
สิ่งสำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรตัดสินใจจุดเข้าเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าเทรด เพื่อป้องกันความผันผวนของราคาที่รุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ต้องตั้งคำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดขนาดการขาดทุน หากไม่มีคำสั่ง stop-loss คุณอาจสูญเสียเงินในพอร์ตทั้งหมดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ใช้การบริหารเงินทุน (money management) ที่เหมาะสม และเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่เกินไป
และอย่าลืมว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างด้านบน การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอาศัยเพียงสภาวะตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีโอกาสขาดทุนสูงสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรในวันเดียว (intraday trader)
